รณรงค์ไม่บริโภค “ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่า” หยุดเครื่องรางของขลัง

นายประเสริฐ สอนสถาพรกุล ผอ.กองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญา กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)

เปิดเผยว่า ตนพร้อมนางใกล้รุ่ง พูลผล ผอ.ส่วนบริหารอนุสัญญา ได้หารือกับ Ms.Rabia Mushtaq องค์กร WildAid ประเทศไทย พร้อมด้วย Ms. Eleanora De Guzman, Team Lead, SBCC/Demand Reduction ของโครงการ USAID Reducing Demand for Wildlife (RDW) เพื่อนำเสนอแนวคิดโครงการรณรงค์ลดความต้องการบริโภคผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย

นายประเสริฐกล่าวต่อว่า โครงการและกิจกรรมรณรงค์ที่นำเสนอ ประกอบด้วย 1.โครงการรณรงค์ “งาช้างอยู่กับช้างใช่ที่สุด” ซึ่งเป็นโครงการระยะที่ 2 ต่อเนื่องจากโครงการระยะแรก “สวยที่ใจไม่ใช่ที่งา Beautiful Without Ivory Campaign” โดยมุ่งนำเสนอแนวคิดที่ว่า “งาช้างที่สวยต้องอยู่บนตัวช้างเท่านั้นและไม่มีใครสวมใส่งาช้างได้สวยไปกว่าช้างเหล่านั้น” ตั้งแต่เดือน ส.ค.-ธ.ค.2565 ซึ่งจะมีการเปิดตัวโครงการรณรงค์อย่างเป็นทางการในช่วงกลางเดือน ก.ย.นี้ และ 2. โครงการ “Testimonial Videos Campaign” เพื่อรณรงค์เกี่ยวกับความเชื่อที่ผิดเกี่ยวกับการใช้เขี้ยวเสือและงาช้างเป็นเครื่องรางของขลัง โดยผู้นำทางศาสนาและปรัชญา จำนวน 3 คน ซึ่งเป็นการต่อเนื่องจากโครงการรณรงค์ “ไม่ใช้เขี้ยวงา-No Ivory No Tiger Amulets”

โดยจะเริ่มรณรงค์ในช่วงเดือน ต.ค.- ธ.ค.2565 และ 3.การออกแบบยุทธศาสตร์สำหรับการรณรงค์เพื่อลดการบริโภคเนื้อสัตว์ป่า โดย USAID RDW จะได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการในช่วงเดือน ต.ค.นี้ เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิด ความเห็น รวมถึงผลงานวิจัยต่างๆที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการพัฒนายุทธศาสตร์ดังกล่าว รวมถึงกำหนดแนวคิดหลักและข้อความสำคัญที่จะใช้ในโครงการรณรงค์ที่จะดำเนินการในประเทศไทยและอาจขยายผลนำไปใช้ในระดับภูมิภาคในโอกาสต่อไปด้วย

สัตว์.jpg1

ผอ.กองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญา กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับแนวคิดและความเหมาะสมของกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) ที่จะใช้ในโครงการรณรงค์ต่างๆข้างต้น ซึ่งทาง WildAid จะได้นำไปพิจารณาเพื่อให้เกิดความเหมาะสม รวมถึงได้ขอความอนุเคราะห์ใช้ชื่อและตราสัญลักษณ์กรมอุทยานฯในสื่อรณรงค์ที่เกี่ยวข้องดังกล่าวด้วย